ผู้รอดชีวิต เล่านาทีหนีตาย จากท่อก๊าซระเบิดไฟลุกท่วม

จากกรณีเกิดเหตุ ท่อแก๊สระเบิดในพื้นที่ ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และมีเปลงเพลิงพวยพุ่งขึ้นไปในอากาศ จนสามารถเห็นได้ไกลอย่างน้อยหลายสิบกิโลเมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 52 คน เสียชีวิต 3 คน ล่าสุดวันนี้ (24 ต.ค.) คุณชมพูนุท ณ พัทลุง ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุบ้าน 3 ชั้นที่กำลังก่อสร้าง ห่างจุดเกิดเหตุ 200 เมตร

สอบถามนางผ่องศรี โกนาคม อายุ 66 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนยืนอยู่หน้าบ้านกำลังตัดน้ำแข็งให้คนงานที่อยู่ชั้น 2 ระหว่างนั้นได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด 1 ครั้ง เมื่อหันไปดูพบว่ามีไฟลุกแต่อยู่ห่างบ้านค่อนข้างไกล คิดว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุบางอย่าง ไม่น่าจะมาถึงบ้านตน

ระหว่างเดินกลับเข้าบ้านหลังเดิมที่อยู่ติดกับหลังที่กำลังก่อสร้าง รู้สึกว่ามีแรงปะทะบางอย่าง เศษหินดินตกมาใส่ศีรษะ คนงานผู้ชายรายหนึ่งวิ่งมาบอกว่าต้องหนีแล้ว ก่อนชวนตนไปกระโดดลงบ่อน้ำหลังบ้านเพื่อให้ตัวเปียก ก่อนจะวิ่งไปอุ้มหลานสาววัย 1 ขวบของตนที่นอนอยู่ในบ้าน แล้วชวนกันวิ่งหนีไปหลบที่โรงอาหารโรงเรียน ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร

โดยคนงานอีกรายกระโดดลงมาขาหักทั้ง 2 ข้างต้องคลานตามไป โดยตนรู้สึกแสบแขนมาก จนแทบทนไม่ไหว ทั้งที่ไม่มีไฟอยู่ใกล้ๆ เมื่อหลบไปอยู่ที่โรงอาหารได้ ก็ยืนมองบ้านตัวเอง ขณะนั้นมีไฟลุกไหม้ ตอนแรกคิดว่าคงไม่เหลืออะไรแล้ว

จนสุดท้ายเมื่อสถานการณ์สงบลง เข้ามาสำรวจความเสียหายพบบ้านหลังคาแตก จั่วไหม้ ส่วนบ้านที่กำลังก่อสร้างนั่งร้านซึ่งเป็นไม้โดนไฟไหม้บางส่วน นอกจากนี้รถยนต์จำนวน 5 คัน ประกอบด้วยรถเก๋งวอลโว 3 คัน กระบะเชฟโรเลต 1 คัน และกระบะโตโยต้าของคนงานก่อสร้างอีก 1 คัน ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ส่วนตนบาดเจ็บแขนทั้ง 2 ข้างตั้งแต่ต้นแขนถึงศอกเป็นแผลพุพอง

ขณะเดียวกัน วันนี้ (24 ต.ค.) มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานลงพื้นที่ เพื่อเข้าซ่อมแซมสถานที่ต่างๆ และอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิด ส่วนการไฟฟ้านำรถเครนเข้ามาในพื้นที่เพื่อซ่อมแซมสายไฟฟ้าแรงสูงที่ขาดตอนที่เกิดเหตุ โดยที่การจราจรเจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจร 1 ช่องทาง

เพื่อสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติงานในจุดที่เกิดเหตุ และเมื่อเวลา 10.00 น ทางวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้ลงพื้นที่สำรวจโครงสร้างเบื้องต้นให้กับชาวบ้านอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยนะคะ และเป็นกำลังใจให้กับผู้รอดชีวิตด้วย

ขอบคุณ amarintv

อ่านเนื้อหาต่อ คลิก