หมอปลาเชื่อ! ลุงพล ไม่ได้ฆ่ าชมพู่ ขนลุกผ่านบ้านปริศนา(คaิ ป)

20 มิถุนายน 63 สืบเนื่องกรณีการเสียชีวิตของ น้องชมพู่ วัย 3 ปี ที่สูญหายจากบ้านพัก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พ ค 63 จนไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กิโลเมตร ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานเพื่อตรวจหาDNAแฝง นอกจากนี้ ยังมีหมอธรรมและพระป่าออกมาทำนายจุดซ่อนเสื้อมากมาย แต่ก็ยังหาหลักฐานไม่พบ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 63 ที่ผ่านมานายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา เดินทางมาที่หมู่บ้านกกกอก โดยมีการให้กำลังใจและลงพื้นที่เพื่อดูสถานที่จริง หมอปลามีการนัดพูดคุยกับทีมข่าวในพื้นที่ จังหวัดสกลนคร เพื่อพูดคุยการทำงาน และลำดับการเดินทางมา ซึ่งระบุว่าจะเดินทางมาเพื่อพูดคุยให้กำลังครอบครัวชมพู่ พร้อมเดินไปที่จุดเกิดเหตุ

เมื่อหมอปลาเดินทางมาถึงได้เดินออกมาทักทายนางสมควร หลาบโพธิ์ ซึ่งเป็นยายของน้องชมพู่ จากนั้น มีการพูดคุยให้กำลังใจยายน้องชมพู่ โดยมีการพูดคุยหยอกล้อกัน ซึ่งนางสมควรก็ระบุว่า เป็นข่าวมาก็เครียด สงสารลุงไชย์พล ซึ่งเป็นลูกเขย ซึ่งมองว่าลูกเขยเป็นคนดี ไม่คิดที่จะทำร้ายชมพู่ได้ เพราะลุงก็รักหลาน

จากนั้น ได้เดินต่อไปพบ นายไชย์พล ซึ่งนั่งเล่นอยู่ที่บ้านนางนลินมีการพูดคุยให้กำลังใจพร้อมสอบถามหลังจากตกเป็นผู้ต้องสงสัย ซึ่งลุงพล ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนก่อเหตุ

affaliate-2

จากนั้น มีการขอเดินต่อไปยังบ้านลุงไชย์พล ด้วยการเดินเท้าไป ประมาณ 400 ม. โดยมีการพูดคุยกันไปตลอดเส้นทาง จนกระทั่งไปถึงที่บ้านลุงไชย์พล โดยที่นางสมพร (ป้าแต๋น) อยู่ที่บ้าน ซึ่งหมอปลาเดินทางมาถึง ได้เข้าไปภายในบ้านมุงเพียงผ้าใบรอบหลัง เป็นบ้านยังสร้างไม่เสร็จ หมอปลาก็พูดออกมาว่า บ้านนี้เดินทางมาแล้วสัมผัสอะไรไม่ได้ หากสัมผัสได้จะมีน้ำตาไหลหรืออาเจียนออกมา

หมอปลาเดินกลับมาที่บ้านตาชาญ ซึ่งพูดคุยกับตาชาญเล็กน้อย จากนั้น ก็เดินต่อไปยังบ้านน้องชมพู่ ซึ่งตาชาญระบุว่าตนนั้นไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ จะมีแค่ช่วงแรกที่ตนฝันเห็นพระรูปหนึ่งไปกับนายประวิทย์ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านในชุมชน จากนั้นเช้าวันรุ่นขึ้นก็พบว่าน้องชมพู่หายตัวไป ซึ่งไม่แน่ใจว่า ความฝันนั้นจะหมายถึงอะไร ยอมรับว่า คิดถึงหลาน หลายครั้งก็ร้องไห้ ส่วนตัวเห็นแต่ภาพหลานบนเขา ซึ่งไม่แน่ใจว่าหลานถูกกระทำอย่างไร ตนได้แต่คิดว่าหลานทุกข์ทรมาน

เมื่อหมอปลาเดินไปยังบ้านของน้องชมพู่ ได้พูดคุยกับนางจุไรภรณ์ (น้าน้องชมพู่) และนางสมควร ซึ่งมีการพูดคุยระบุว่า หากหมอปลาสัมผัสอะไรได้ในจุดไหน จะร้องไหน

เนื่องจาก ตัวเองอธิษฐานมาว่า วันนี้ขอให้ดวงวิญญาณน้องชมพู่ หากยังอยู่ให้ตนสัมผัสได้ โดยตนจะมีปฏิกิริยาตอบรับ คือ ร้องไห้ออกมาแต่ไม่ใช่การเข้าทรง โดยมีการขออนุญาติในการเดินดูรอบๆบ้าน

จากนั้น มีการเดินต่อไปดูจุดเลี้ยงหนู จุดที่น้องชมพู่เล่น ซึ่งหมอปลา ระบุว่า สัมผัสอะไรไม่ได้ เมื่อเดินต่อไปยังบ้านน้องชมพู่ หมอปลาได้เดินไปภายในตัวบ้าน จากนั้นไปดูที่ชั้น 1 ก่อนขอเดินขึ้นชั้น 2 ซึ่งหมอปลาได้ขอขึ้นไปดูความเป็นอยู่ด้านบนบ้าน บ้านน้องชมพู่ ยังเป็นบ้านที่สร้างไม่เสร็จ ชั้น 2 ไม่มีช่องหน้าต่างจะมีก็เพียงมุ้งของเครื่องใช้ และเสื้อผ้าน้องชมพู่บางส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่เท่านั้น หมอปลาใช้เวลาไม่นาน จากนั้นก็เดินลงจากบ้าน ก่อนเตรียมตัวขึ้นภูเหล็กไฟ

affaliate-2

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ได้เดินต่อไปยังภูเหล็กไฟ ซึ่งมีบางช่วงหมอปลากระซิบกับทีมข่าว ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัมผัสที่ตัวเองรู้สึกและสงสัยแต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าคืออะไร ก่อนจะขึ้นภูเหล็กไฟไป

จากนั้น หมอปลาได้เดินขึ้นเขา โดยตลอดเส้นทางมีการสอบถามเรื่องเส้นทางและจุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยตั้งแต่ขึ้นภูเหล็กไฟ หมอปลาระบุ ตั้งแต่ต้นว่าไม่เชื่อว่าเด็กจะเดินขึ้นเขาเองได้ เนื่องจาก สภาพเขาค่อนข้างลำบากในการเดิน

หมอปลา ได้ไปสำรวจตามจุดพบศพจุดเจอรองเท้าและจุดพบกางเกง ซึ่งครั้งนี้มีชาวบ้านและลุงพลเดินขึ้นไปด้วย มีการชี้จุดพบศพว่าในวันที่เจอศพ เจอน้องชมพู่อยู่ในสภาพไหน

affaliate-2

โดยหมอปลา ยังตั้งข้อสังเกตว่าหากเด็กนอนตาย ร่างกายของเด็กคงไม่มานอนทับโขดหิน หากจุดไหนที่ตนไปและพบว่ามีวิญญาณอยู่ ตนจะเกิดการต่อต้านและจะน้ำตาไหล จะหาว จะอาเจียน ซึ่งวันนี้มาถึงจุดที่เจอศพ ตนสัมผัสอะไรไม่ได้ นอกจากถูกยุงกัดเท่านั้นไม่เกิดอาการต่อต้านตลอดการเดินไม่พบอะไรเลย สามารถพูดได้ว่า เด็กต้องตายจากจุดอื่นมาก่อน แล้วเอาศพมาอำพรางที่นี่

ตนเชื่อว่า คนร้ายต้องการอำพรางว่าชมพู่ถูกข่มขืน และต้องการให้ศพเน่าแต่กลับมีผู้มาพบเจอศพเสียก่อน จึงทำให้ผิดแผนคนร้าย

อีกอย่างคือ ตนเชื่อว่าเด็กไม่มีปัญญาเดินมาได้ คนที่คิดว่าเด็กเดินได้ อยากให้มาลองเดินเอง อย่าได้แต่วิจารณ์ ส่วนตัวคิดว่าน้องชมพู่คงไม่ได้ตายวันแรก ซึ่งหากตายหลังจากวันที่ 11 พ ค 63 อยากรู้ว่าน้องชมพู่ไปอยู่ไหนในช่วงที่ยังไม่ตาย

อีกหนึ่งเรื่องคือ วันนี้ตนสัมผัสได้ 1 จุด แต่ยังไม่ขอบอกว่าเป็นจุดไหน เพื่อไม่ป้องกันการกล่าวหาหรือการไปปรักปรำใคร ตนตั้งใจเดินทางมาให้กำลังใจทุกคน อย่างลุงไชย์พล ครอบครัวน้องและชาวบ้าน ซึ่งคนในหมู่บ้านขยับไปไหนไม่ได้ เพราะกลัวจะกลายเป็นคนผิด

ทั้งนี้ ตนตั้งข้อสังเกตว่า คดีนี้ที่เกิดความล่าช้า เพราะตั้งแต่วันแรก ทำไมตำรวจไม่เอาเชือกมากั้นตั้งแต่วันแรก ๆ โดยคิดว่าหากกั้นไว้ตั้งแต่วันแรก หลักฐานทุกอย่างอาจจะมีมากกว่านี้ ซึ่งหลังจากนั้นก็สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน และทำให้คนที่เป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ยาก ตนมองว่าเป็นความพลาดของเจ้าหน้าที่ อีกด้านหนึ่ง ด้านความเชื่อ ตนยืนยันได้ว่าผีไม่ได้พาไป คนนี่แหละที่พามาฆ่า เรื่องไสยศาสตร์มนตร์ดำไม่มี เพราะเด็กไม่ได้ถูกสะกดวิญญาณ

น้องชมพู่เป็นเด็กมีจิตบริสุทธิ์ อายุเพียง 3 ขวบ ซึ่งไม่มีใครไปสะกดวิญญาณน้องได้ น้องชมพู่ตอนนี้ไปดีแล้ว ตนอยากบอกไว้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีทางฆ่าคน มีแต่คนที่ฆ่าคน โดยเปรียบให้เห็นภาพ หากเจ้าป่าเจ้าเขามีจริง ก็คงไปฆ่าพวกตัดไม้ทำลายป่า

คดีนี้พูดได้ว่ายาก เพราะเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ และเชื่ออีกอย่างคนที่นำเด็กมาทิ้ง ต้องเป็นคนรู้จุด คนรู้พื้นที่ เพราะตนขึ้นมาหากไม่มีคนพามาก็คงหลง

จากนั้น หมอปลาเดินลงจากเขาและได้พูดคุยกับนางสาวิตรี แม่น้องชมพู่ โดยแม่น้องชมพู่มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสในขณะที่พบหมอปลา ระบุว่า อยากจะพบหมอปลามานานแล้ว ซึ่งหมอปลาย้ำว่า อย่าไปหลงเชื่อคนที่หลอกลวง ให้สบายใจว่าน้องชมพู่ไม่อยู่แล้ว ให้สบายใจว่าเด็กอายุไม่เกิน 7 ขวบ มีดวงจิตที่บริสุทธิ์ไม่มีใครนำน้องไปทำไสยศาสตร์ได้ และย้ำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีทำร้ายคน ทุกอย่างให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

หมอปลา ยังได้สอบถามเรื่องการใช้ชีวิตครอบครัว แม่ชมพู่บอกว่า แม่คงยังไม่มีความสุข หากยังจับคนร้ายไม่ได้ หลังจากนั้น หมอปลามอบยันต์โสฬส และตะกรุดของหมอปลา มอบเป็นที่ระลึกเพื่อให้กำลังใจ โดยบอกว่าไม่ได้มีพุทธคุณอะไร เพียงเอาไว้ให้กำลังใจเท่านั้น.

ชมคลิป

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว

affaliate-2

error: Content is protected !!