วิธีคิดค่าไฟ หลังหลายบ้าน ค่าไฟแพงกว่าปกติ

ยังคงเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์ ว่าด้วยเรื่องของค่าไฟฟ้า ที่หลายคนต่างพูดว่าแพงขึ้นกว่าปกติ ซึ่งอาจมีหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น ผู้คนทั้งประเทศต้องอาศัยอยู่ในบ้านมากขึ้น เป็นผลให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของแต่ละบ้านเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีข้อสงสัยว่า อัตตราค่าไฟนั้นมีการคิดอย่างไร โดยทาง PEA ได้มีการ ให้คำตอบของสาเหตุนี้ก็คือ ระบบการคิดค่าไฟของการไฟฟ้านั้นคิดแบบ อัตราก้าวหน้า หมายถึงการไฟฟ้ามีการกำหนดขั้นบันไดการใช้ไฟฟ้าเอาไว้ ยิ่งบ้านไหนใช้เยอะ ก็จะต้องจ่ายค่าไฟเยอะขึ้น

ประกอบกับช่วงนี้เข้าสู่หน้าร้อน ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ต้องใช้ระบบทำความเย็นต้องทำงานหนักขึ้น

ซึ่งรายละเอียดการคิดค่าไฟตามอัตราก้าวหน้า อ้างอิงจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) คือ 35 หน่วยแรก เหมารวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน 85.21 บาท 115 หน่วยต่อไป หน่วยละ 1.1236 บาท 250 หน่วยต่อไป หน่วยละ 2.1329 บาท ส่วนที่เกินกว่า 400 หน่วย หน่วยละ 2.4226บาท

affaliate-2

ถ้าบ้านไหนมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะ โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องใช้ใช้พลังงานสูงอย่าง แอร์ คอนดิชั่น เครื่องฟอกอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องซักผ้า และ เตารีด พอสมาชิกในบ้านกลับมาใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้นยิ่งทำให้ค่าไฟแพงยิ่งขึ้นนั่นเอง

ตัวอย่างวิธี คำนวณค่าไฟฟ้า ด้วยตนเอง ในการคำนวณค่าไฟฟ้า เราต้องรู้อัตราค่าไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดนั้น โดยสังเกตได้จากกำลังไฟฟ้าที่มีหน่วยเป็นวัตต์ร ยิ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีจำนวนวัตต์มาก ก็หมายความว่าจะใช้ไฟฟ้ามากขึ้นไปด้วย ดังนั้นก่อนที่จะทำการคำนวนค่าใช้ไฟฟ้า จะต้องสำรวจว่าภายในที่อยู่อาศัยนั้นมีเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทไหนบ้าง

และเปิดใช้งานประมาณเดือนละกี่ชั่วโมง จากนั้นนำมาคำนวณค่าใช้ไฟฟ้าด้วยสูตรดังต่อไปนี้ กำลังไฟฟ้า (วัตต์ ) x จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า หาร 1000 x จำนวนชั่วโมงที่ใช้ใน 1 วัน = จำนวนหน่วยต่อวัน (ยูนิต)

ยกตัวอย่างการ คำนวณค่าไฟฟ้า ของบ้านพัก A ซึ่งมีเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด 9 ชนิดดังนี้ หลอดไฟขนาด 50 วัตต์จำนวน 10 ดวงเปิดใช้งานวันละประมาณ 6 ชั่วโมง วิธีคำนวณ กำลังไฟฟ้า (วัตต์) ของหลอดไฟ คือ 50 วัตต์ x มีจำนวนทั้งหมด 10 ดวง หาร 1000 x 6 ชม. = 3 หน่วย/วัน (เดือนละ 90 หน่วย)

affaliate-2

affaliate-2

error: Content is protected !!