ฟังจากปาก “คนขับรถไฟ” เผยวินาทีพุ่งชนรถบัส

จากกรณีเกิดเหตุการณ์รถไฟพุ่งชนรถบัส คณะทำบุญกฐิน บริเวณสถานีรถไฟสถานีคลองแขวงกลั่น หมู่ที่ 7 ต.บางเตย อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา โดยรถบัสคันดังกล่าว เป็นพนักงานโรงงานเพอร์เฟค ประมาณ 60 คน เดินทางมาจาก อ สำโรง จ สมุทรปราการ ประมาณ 6 โมงครึ่ง เพื่อไปทอดกฐินสามัคคีที่วัดบางปลานัก ต บางเตย อ เมือง จ ฉะเชิงเทรา พอมาถึงที่เกิดเหตุฝนตก

ล่าสุด นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุรถไฟชนรถบัสคณะทอดกฐิน เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ทางรถบัสคันเกิดเหตุ วิ่งมาบนถนนแล้วไม่ได้หยุดดูขณะข้ามทางรถไฟ ทำให้รถไฟซึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ พุ่งเข้าชน

สำหรับจุดตัดข้ามทางรถไฟดังกล่าวไม่มีไม้กั้น เนื่องจาก สถานีนี้ไม่ได้ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นจุดตัดที่ต้องมีไม้กั้น ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูข้อเท็จจริงประกอบกันว่า จุดดังกล่าวมีสถานะเป็นอย่างไรกันแน่ ควรต้องมีไม้กั้นหรือไม่ รวมถึงเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของใครที่จะต้องติดตั้งไม้กั้น เพราะเป็นเส้นทางรถไฟรางคู่ แต่จากการสังเกตเบื้องต้นพบว่า ข้างทางรถไฟมีรั้วกั้นและสัญญาณเตือน แต่อาจจะด้วยความจำเป็นหรือวิถีชีวิตของชาวบ้าน ทำให้มีถนนตัดขึ้นมาตรงจุดดังกล่าว

ส่วนสัญญาณไฟ จะใช้ได้หรือไม่ได้นั้น จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เพราะเป็นการบอกเล่าจากหลายฝ่าย เเต่อย่างน้อยที่เห็นทางกายภาพ พบว่า มีสัญญาณเตือน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ผู้ขับขี่ต้องระวังพอสมควร

affaliate-2

ปัญหาทางตัดเป็นปัญหาที่ทางภาครัฐฯต้องออกมาพูดคุยกันอย่างจริงจัง เพราะความสูญเสียลักษณะนี้ไม่สมควรเกิดขึ้น เเม้อาจจะมีบางส่วนมองว่าไม่อันตราย เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่ แต่สำหรับคนนอกพื้นที่ซึ่งไม่ชินทางอาจไม่ทันระมัดระวัง

ซึ่งคนข้ามก็ต้องระมัดระวัง กรณีที่ไม่มีไม้กั้นปกติแล้วรถไฟจะต้องส่งเสียงหวูดเตือน เเต่ในส่วนของทางก็มีสถานะแตกต่างกัน เช่นเป็นทางที่ชาวบ้านทำเอง คนขับก็ไม่ทราบ รถไฟก็ไม่ทราบจึงไม่ทันระวัง

affaliate-2

ลักษณะนี้ต้องอาศัยความระมัดระวังทั้งสองฝ่าย เพราะฉะนั้นถ้าทางที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเเล้ว ก็จะเป็นทางที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง จากนี้ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้านคนขับรถไฟ ยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุ มีฝนตกโปรยปรายลงมา ทัศนวิสัยในการมองเห็น อยู่ที่ 300 ถึง 400 เมตร รถไฟแล่นด้วยความเร็วประมาณ 70 กม./ชม. มี 60 ตู้ น้ำหนักประมาณ 2,000 ตัน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเห็นรถบัสแล่นขึ้นเนินมา จึงเบรคเบื้องต้นและกดหวูดให้สัญญาณ แต่รถบัสยังขับต่อ จึงเบรคฉุกเฉินอีกครั้ง เเต่คนขับรถบัสอาจจะไม่ได้ยินหรือไม่เห็น ทำให้ขับข้ามเข้ามาเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

affaliate-2

คลิป

affaliate-2

error: Content is protected !!